ระเบียบปฏิบัติของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการบริหาร พ.ศ. 2551

 

ระเบียบปฏิบัติของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการบริหาร

พ.ศ. 2551

- - - - - - - - - - - - - -

  

เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย เป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงเห็นสมควรออกระเบียบบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 14 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2551 มีมติให้ออกระเบียบบริหารไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551"

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

"ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย" หมายความว่า สำนักงานที่ทำหน้าที่ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

"คณะกรรมการบริหาร" หมายความว่า คณะพระภิกษุผู้เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด และ/หรือ เจ้าคณะ หรือพระสังฆาธิการในสำนักปฏิบัติธรรม หรือคฤหัสถ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโดยมติของคณะกรรมการบริหาร

"ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา" หมายความว่า ผู้เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"กรรมการที่ปรึกษา" หมายความว่า ผู้เป็นกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"ประธานกรรมการบริหาร" หมายความว่า ผู้เป็นประธานกรรมการบริหาร และทำหน้าที่เป็นผู้จัดการบริหารงานศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"รองประธานกรรมการบริหาร" หมายความว่า ผู้เป็นรองประธานกรรมการบริหารของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"กรรมการบริหาร" หมายความว่า ผู้เป็นกรรมการบริหารของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"กรรมการและเลขานุการ" หมายความว่า ผู้เป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"กรรมการและรองเลขานุการ" หมายความว่า ผู้เป็นกรรมการและรองเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ" หมายความว่า ผู้เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย

"เหรัญญิก" หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และเอกสารการเงินของศูนย์ฯ ตามข้อ 14

"สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด" หมายความว่า สำนักปฏิบัติธรรมที่มหาเถรสมาคมมีมติให้ประกาศเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

"เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด" หมายความว่า เจ้าอาวาสวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมที่มหาเถรสมาคมมีมติให้ประกาศเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

หมวด 1

บททั่วไป

 

ข้อ 5 ชื่อ เครื่องหมาย และสำนักงานศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 เดือน เมษายน พ.ศ. 2551

(1) ชื่อ ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด แห่งประเทศไทย อักษรย่อว่า "ศปท."

(2) เครื่องหมาย เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับอยู่บนองค์ฌาน ภายในดวงธรรม 3 ชั้น (แทนพระสูตร พระวินัย และพระปรมัตถ์) และซุ้มพระมหาพิชัยมงกุฎ (แสดงพระพุทธคุณ "พระผู้ชนะมาร") มีดอกบัว 9 ดอก (หมายถึง มรรค 4 ผล 4 และนิพพาน 1) กับตัวอักษรย่อ ศปท. และมีชื่อเต็มว่า "ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย" เป็นฐานรองรับ ประดิษฐานอยู่ในดวงกลมดวงใหญ่ (หมายถึง พระบารมี พระรัศมี พระกำลังแห่งฤทธานุภาพ พระอำนาจ และสิทธิเฉียบขาด ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่แผ่ออกโดยรอบทั่วทั้งจักรวาล แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล ไม่มีประมาณ) ส่วนตัวอักษรชื่อที่ตั้งสำนักงานอยู่ภายนอกดวงกลมดวงใหญ่

(3) ที่ตั้งของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย จะตั้งอยู่ ณ ที่วัดของประธานกรรมการบริหารศูนย์ฯ หรือ ณ สถานที่แห่งใด ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 6 ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(1) เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ในการให้การส่งเสริมสนับสนุน ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมติมหาเถรสมาคมได้สนองงานคณะสงฆ์ ในการบริหารการให้การศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรมให้บรรลุผลดี มีประสิทธิภาพสูง

(2) เพื่อให้ความร่วมมือประสานงานระหว่างสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในการให้การศึกษาสัมมาปฏิบัติแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม ประเทศชาติ และความเจริญมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

(3) เพื่อให้ความร่วมมือประสานงานกับเจ้าคณะปกครองและสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ในการให้การศึกษาอบรมการศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรม ให้เป็นไปในแนวทางหลักธรรมเดียวกัน

(4) เพื่อช่วยเหลือทางวิชาการและอื่นๆ แก่สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเท่าที่จะช่วยได้

(5) เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ในการช่วยปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ให้เจริญและมั่นคงเท่าที่สามารถจะกระทำได้ ภายในกรอบแห่งพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง กฎมหาเถรสมาคม และระเบียบปฏิบัติ/คำสั่งของทางการคณะสงฆ์

 

หมวด 2

คณะกรรมการบริหาร

 

ข้อ 7 ให้มีคณะกรรมการบริหาร มีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป/คน แต่ไม่เกิน 24 รูป/คน ซึ่งเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด และ/หรือ เจ้าคณะ หรือพระสังฆาธิการ ในสำนักปฏิบัติธรรม หรือคฤหัสถ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ 8 ให้คณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา แนะนำ และสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ในด้านต่างๆ คือ

(1) นโยบาย และแผนแม่บท

(2) การบริหารงาน

(3) วิชาการ

(4) อื่นๆ เท่าที่จะช่วยได้

ข้อ 9 ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษา จำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งเสริม ร่วมมือ ประสานงาน และช่วยเหลือ การดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร ศปท. ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตการปกครองของท่าน

ข้อ 10 การประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ กำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง และให้คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ รายงานกิจการของศูนย์ฯ ต่อที่ประชุมสามัญประจำปีของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง

ข้อ 11 ประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(1) บริหารกิจการของศูนย์ฯ ให้เป็นไปตามระเบียบและวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ

(2) ควบคุม ดูแลการเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินอื่นของศูนย์ฯ

(3) เป็นประธานในการประชุม

(4) เป็นผู้แทนของศูนย์ฯ ในกิจการทั่วไป

ข้อ 12 รองประธานกรรมการ มีหน้าที่ดังนี้

(1) ทำหน้าที่ประธาน เมื่อประธานไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

(2) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานมอบหมาย

ข้อ 13 เลขานุการ มีหน้าที่ดังนี้

(1) ออกหนังสือนัดประชุมตามคำสั่งของประธาน

(2) จัดทำทะเบียนรับ-ส่งหนังสือ

(3) บันทึกรายงานการประชุม เก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ

(4) ติดต่อประสานงานระหว่างกรรมการและสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด องค์กร หรือบุคคลภายนอก

(5) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานมอบหมาย

ข้อ 14 เหรัญญิก มีหน้าที่ดังนี้

(1) รับและเบิก-จ่ายเงินตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ

(2) จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของศูนย์ฯ

(3) เก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการเงิน

(4) เก็บรักษาเงินสดและเงินฝากธนาคารของศูนย์ฯ

ข้อ 15 กรรมการ มีสิทธิและหน้าที่ดังนี้

(1) มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธาน รองประธาน และคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ

(2) มีสิทธิเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารและการพัฒนาศูนย์ฯ

(3) มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนกิจการของศูนย์ฯ

(4) มีหน้าที่เข้าประชุมสามัญประจำปีและประชุมวิสามัญของศูนย์ฯ

ข้อ 16 คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และอาจได้รับการเลือกตั้งใหม่อีกได้ แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน

ข้อ 17 ในกรณีที่ประธาน หรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และมีการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทน ให้ผู้ได้รับเลือกนั้น ดำรงตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ข้อ 18 คณะกรรมการบริหารที่ปฏิบัติหน้าที่ครบวาระแล้ว อาจได้รับการพิจารณาเข้ารับหน้าที่อีกได้ และกรรมการที่พ้นหน้าที่ตามวาระนี้ ต้องส่งมอบกิจการของศูนย์ฯ แก่กรรมการชุดต่อไปภายใน 30 วัน

ข้อ 19 คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(1) กำหนดนโยบายและวางแผนแม่บทการประกาศพระพุทธศาสนาของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

(2) พิจารณาดำเนินการและอนุมัติการรับและจ่ายเงินของศูนย์ฯ

(3) จัดทำบัญชีรับ-จ่ายและรายงานประจำปีต่อที่ประชุมสามัญประจำปีของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

(4) วางระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของศูนย์ฯ

(5) แต่งตั้งกรรมการ อนุกรรมการ หรือบุคคล เพื่อทำการใดๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

 

หมวด 3

การเลือกตั้ง

 

ข้อ 20 การเลือกตั้งกรรมการบริหาร

(1) การเลือกตั้งประธานกรรมการบริหารศูนย์ฯ ให้เลือกจากเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ในคราวประชุมสามัญประจำปีของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด โดยใช้วิธีการลงคะแนนลับ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

(2) การเลือกตั้งกรรมการบริหารตามข้อ 7 ให้ขอมติจากที่ประชุมสามัญประจำปีของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

(3) ในกรณีที่ยังไม่มีประธานทำหน้าที่ ให้ที่ประชุมเลือกเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดผู้มีอาวุโสโดยพรรษาเป็นประธานในที่ประชุมชั่วคราว

 

หมวด 4

การประชุม

 

ข้อ 21 การประชุมของศูนย์ฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

(1) การประชุมคณะกรรมการบริหาร ให้มีการประชุมปีละ 3 ครั้ง หากมีความจำเป็นให้มีประธานสามารถเรียกประชุมอีกได้

(2) การประชุมวิสามัญ ให้อยู่ในดุลยพินิจของประธาน

ข้อ 22 การประชุมทุกครั้ง ทุกประเภท ให้ออกหนังสือนัดวัน เวลา สถานที่ พร้อมทั้งระเบียบวาระการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่เป็นเรื่องด่วนหรือเรื่องลับ

ระเบียบวาระการประชุมให้เรียงลำดับ ดังนี้

(1) เรื่องแจ้งเพื่อทราบ

(2) เรื่องรับรองรายงานการประชุม

(3) เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

(4) เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ข้อ 23 การประชุมของศูนย์ฯ ต้องมีกรรมการมาประชุมจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

ข้อ 24 รายงานการประชุมทุกครั้ง เมื่อเสนอที่ประชุมรับรอง และประธานลงนามแล้วเป็นอันใช้ได้ เว้นแต่จะมีมติที่ประชุมให้ปฏิบัติไปก่อนได้ โดยไม่ต้องรอมติรับรองในที่ประชุมคราวต่อไป

ข้อ 25 มติของที่ประชุม ให้ถือเอาเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม ถ้าเท่ากัน ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

 

หมวด 5

รายได้และการเงิน

 

ข้อ 26 ศูนย์ฯ อาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน ดังนี้

(1) การบริจาคของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด และ/หรือ จากพุทธบริษัททั่วไป

(2) การสนับสนุนขององค์กรทั่วไป

ข้อ 27 การรับบริจาคบำรุงศูนย์ฯ ตามข้อ 27 ให้ประธานกรรมการและเหรัญญิก เป็นผู้ลงนามในอนุโมทนาบัตร

ข้อ 28 เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดได้ไม่เกิน 10,000 บาท ถ้ามีเงินสดเกินกว่า 10,000 บาท ให้นำฝากธนาคารทันที หากธนาคารปิดทำการให้นำฝากในวันถัดไป

ข้อ 29 สมุดบัญชีเงินฝากของศูนย์ฯ ทุกรายการ จะต้องมีกรรมการบริหารผู้ร่วมลงนามไม่น้อยกว่า 3 รูป และ/หรือคน

การถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของศูนย์ฯ ทุกครั้ง จะต้องมีกรรมการบริหารผู้ร่วมลงนามในใบถอนเงินหรือเช็คสั่งจ่ายจำนวน 2 ใน 3 ของผู้มีอำนาจในการถอนเงิน โดยมีประธานร่วมลงนามทุกครั้ง

 

หมวด 6

เบ็ดเตล็ด

 

ข้อ 30 หากศูนย์ฯ ต้องยกเลิกไปโดยเหตุใดๆ ก็ตาม ให้ทรัพย์สินของศูนย์ฯ ตกเป็นศาสนสมบัติกลางของคณะสงฆ์ตามความในมาตรา 40 (1) แห่ง พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2505

ข้อ 31 หากมีปัญหาในการตีความระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้วินิจฉัยและถือว่ามติของคณะกรรมการเป็นอันสิ้นสุด

ข้อ 32 การแก้ไข หรือเพิ่มเติมระเบียบนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่มาประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3

 

หมวด 7

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ 33 กรรมการผู้เข้าร่วมประชุมครั้งแรก ให้ถือว่าเป็นคณะกรรมการของศูนย์ฯ โดยสมบูรณ์

ข้อ 34 ให้ประธานกรรมการเลือกคณะกรรมการบริหารที่เหลือให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศใช้ระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ 16 เดือน ตุลาคม พุทธศักราช 2551

พระราชญาณวิสิฐ

(พระราชญาณวิสิฐ)

ประธานกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย