ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา


ต.ดงขี้เหล็ก  อ.เมือง  ปราจีนบุรี 25000

 

แนะนำสำนักฯ และเจ้าสำนักฯ


ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา อยู่ในความดูแลของสำนักงานมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน ในพระสังฆราชูปถัมภ์ สอนตามแนวปฏิบัติของ "ท่านอาจารย์สัตยา นารายัน โกเอ็นก้า" (S.N. Goenka) วิปัสสนาจารย์ชาวอินเดียที่ถือกำเนิดในประเทศพม่า ซึ่งท่านจึงได้ก่อตั้งและเป็นประธานสถาบันวิปัสสนานานาชาติศูนย์แรกชื่อ "ธรรมคีรี" ขึ้นที่เมืองอิกัตปุรี ใกล้ๆ กับเมืองบอมเบย์ รัฐมหาราษฎร์ ประเทศอินเดีย มีการจัดอบรมวิปัสสนาในประเทศต่างๆ กว่า 90 ประเทศทั่วโลก

ศูนย์วิปัสสนาตามแนวทางของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ทั้งหมด 5 ศูนย์

  1. ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
  2. ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
  3. ศูนย์วิปัสสนาธรรมสุวรรณา ต.บ้านกง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น
  4. ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
  5. ศูนย์วิปัสสนาธรรมธานี แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
     

 

การอบรม

มีการจัดการอบรมวิปัสสนา (หลักสูตรสติปัฏฐาน) หลักสูตร 10 วัน สำหรับพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสทั่วไป รวมทั้งเด็กและเยาวชน
เริ่มต้นในเย็นวันแรก และสิ้นสุดในตอนเช้าของวันสุดท้าย ตลอดทั้งปี

ดูตารางการอบรมที่นี่

กฎระเบียบ
พื้นฐานในการปฏิบัติวิปัสสนา คือ ศีล  ศีลจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสมาธิ  และกระบวนการทำจิตให้บริสุทธิ์นั้นจะเกิดขึ้นจากปัญญา คือการรู้แจ้งเห็นจริง

ผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตประสาท
บุคคลที่ป่วยด้วยโรคทางจิต บางครั้งอาจต้องการสมัครมาเข้ารับการฝึกวิปัสสนาด้วยความเข้าใจผิดว่า  การปฏิบัติวิปัสสนาจะช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยทางจิตของตน  แท้จริงแล้ว ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไม่ปกติสุขตลอดจนการได้รับการเยียวยาทางจิตประสาท ด้วยวิธีต่างๆ มาแล้วนั้น  กลับจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติภาวนาจนถึงขั้นที่ทำให้ไม่ได้รับประโยน์ใดๆ เลยจากการมาเข้ารับการฝึกอบรม  หรืออาจทำให้ไม่สามารถอยู่รับการฝึกให้ตลอดหลักสูตรได้ด้วย  แม้การปฏิบัติวิปัสสนาจะเป็นประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่  แต่ก็มิใช่เป็นการทดแทนการรักษาพยาบาลด้วยยาหรืออื่นใด  เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติของเราให้บริการโดยอาสาสมัครทั้งสิ้น จึงทำให้ไม่สามารถที่จะดูแลบุคคลผู้มีปัญหาเหล่านี้โดยถูกต้องได้  ผู้มีปัญหาทางจิตประสาทจึงไม่ควรสมัครเข้ารับการอบรม

สำหรับผู้ที่เคยผ่านหลักสูตรของศูนย์ฯ มาแล้ว จะต้องถือศีล 8 ด้วย
ผู้ที่ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว จะรักษาศีลข้อ 6 ได้ด้วยการดื่มแต่เพียงน้ำปานะหลังจากการพักในเวลา 5 โมงเย็น  ในขณะที่ผู้ปฏิบัติใหม่ อาจจะดื่มนม น้ำชา หรือรับประทานผลไม้ได้  อาจารย์ผู้สอนอาจจะยอมให้ผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้ว บางคนยกเว้นการรักษาศีลข้อนี้ได้ ถ้าหากบุคคลผู้นั้นมีปัญหาด้านสุขภาพ  ส่วนศีลข้อ 7 และ 8 นั้น ทุกคนจะต้องรักษา

การรักษาความสงบ
ผู้เข้ารับการฝึกทุกคนจะต้องรักษาความเงียบ นับตั้งแต่เริ่มต้นฝึกจนกระทั่ง 10.00 น. ของการฝึกวันที่ 10   การรักษาความเงียบนี้ รวมไปถึงความเงียบทั้งทางกาย วาจา และใจ  โดยจะต้องไม่มีการพูดจากับใครเลย  และจะต้องงดการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ทั้งการออกท่าทาง การเขียนโน้ต หรือทำสัญญาณต่างๆ  แต่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้หากจำเป็น  และติดต่อกับผู้ดำเนินงานได้หากมีปัญหาเกี่ยวกับที่พัก อาหาร และอื่นๆ  แต่การติดต่อพูดจาเหล่านี้ ก็ควรมีให้น้อยที่สุด  ผู้เข้าฝึกทุกคนควรจะสร้างความรู้สึกว่า ตนเองกำลังปฏิบัติอย่างจริงจังเสมือนอยู่คนเดียว

อาหาร
เนื่องจากศูนย์ฯ ไม่สามารถที่จะจัดหาอาหารพิเศษตามความต้องการของผู้ปฏิบัติกรรมฐานได้  จึงต้องขอให้ผู้เข้ารับการฝึกรับประทานอาหารมังสวิรัติที่จัดเตรียมไว้ให้  หากผู้ใดที่แพทย์สั่งให้รับประทานอาหารพิเศษ เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ  ก็ขอให้แจ้งให้ผู้ดำเนินงานทราบในเวลาลงทะเบียน

เสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่ใช้ควรเรียบง่ายและสวมสบาย  ไม่จำกัดสีหรือแบบ  แต่ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดตึง โปร่งบาง  เสื้อไม่มีแขน หรือกางเกงรัดรูป  ห้ามนุ่งกางเกงขาสั้นทั้งชายหญิง  และห้ามอาบแดดหรือเปลือยบางส่วนโดยเด็ดขาด  ข้อห้ามเหล่านี้มีความสำคัญมาก  ทั้งนี้เพื่อมิให้รบกวนบุคคลอื่น

การติดต่อภายนอก
ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องอยู่ในบริเวณที่ใช้ฝึกตลอดการฝึก จะออกไปภายนอกได้เฉพาะในกรณีจำเป็นอย่างยิ่ง  และจะต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนก่อน  ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องงดการโทรศัพท์ การเขียนจดหมาย และการพบปะกับผู้ที่มาเยี่ยมเยียน  นอกจากในกรณีฉุกเฉิน ผู้ที่มาเยี่ยมจะต้องมาติดต่อกับฝ่ายจัดการ

ดนตรี อ่านหนังสือ และเขียนหนังสือ
ห้ามเล่นดนตรี ฟังวิทยุ และห้ามนำสิ่งที่ใช้เขียน หรืออ่านเข้ามาในสถานที่ฝึก  ผู้เข้ารับการฝึกไม่ควรรบกวนตนเองโดยการเขียนบันทึก  การห้ามเขียนและอ่าน ก็เพื่อที่จะได้ปฏิบัติกรรมฐานได้อย่างเคร่งครัด

เครื่องบันทึกเทปและกล้องถ่ายรูป
สิ่งเหล่านี้จะใช้ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนเป็นพิเศษเท่านั้น

นาฬิกาปลุก นาฬิกาข้อมือที่มีเสียงบอกเวลา
ห้ามนำมาใช้ในห้องปฏิบัติรวมอย่างเด็ดขาด และไม่ควรใช้นาฬิกาปลุกในที่พัก  เพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่น

ทุนทรัพย์ในการดำเนินงาน
เพื่อให้การเผยแพร่ธรรมะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ การฝึกอบรมดำเนินได้ด้วยเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว  และการบริจาคก็จะรับจากผู้ที่ผ่านการฝึกมาแล้วเท่านั้น  เหตุผลก็คือ การบริจาคควรมาจากผู้ที่ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของธรรมะที่มีต่อตนเอง  ซึ่งจะทำให้การบริจาคนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติ  หากท่านมีความปรารถนาที่จะแบ่งปันประโยชน์เหล่านี้กับผู้อื่น ท่านก็อาจจะกระทำได้ด้วยการบริจาคในวันสิ้นสุดการอบรม

การรับบริจาคจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการอบรมธรรมะนี้ เป็นรายได้ทางเดียวสำหรับที่จะนำมาใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรม  โดยมิได้มีความสนับสนุนในด้านการเงินอื่นใด  ทั้งอาจารย์ผู้สอนและผู้ดำเนินงานก็ล้วนไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ จากการจัดการฝึกนี้  โดยวิธีนี้ ธรรมะจึงเผยแพร่ออกไปได้ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง  ดังนั้น ไม่ว่าการบริจาคของท่านจะมากหรือน้อย ก็ขอให้มาจากเจตนาที่บริสุทธิ์  เจตนาที่จะช่วยให้ผู้อื่นได้มีโอกาสพบกับธรรมะอันบริสุทธิ์เช่นเดียวกับ ท่าน  "เพราะเหตุว่า มีผู้ที่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้กับการฝึกของข้าพเจ้ามาแล้ว ตอนนี้ขอให้เป็นโอกาสที่ข้าพเจ้าจะได้ให้กับผู้อื่นบ้าง"

ตารางเวลา
0400 น. ระฆังปลุก
0430-0630 น. นั่งปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว
0630-0800 น. อาหารเช้า
0800-0900 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
0900-1100 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม หรือในที่พักส่วนตัวตามที่อาจารย์กำหนด
1100-1200 น. อาหารกลางวัน
1200-1300 น. พักผ่อน
1300-1430 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว
1430-1530 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
1530-1700 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักตามที่อาจารย์กำหนด
1700-1800 น. พักดื่มน้ำปานะ
1800-1900 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
1900-2015 น. ฟังธรรมบรรยายในห้องปฏิบัติรวม
2015-2100 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
2100-2130 น. สอบถามข้อสงสัยกับอาจารย์เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม
2130 น. พักผ่อน

 

 

ที่อยู่-การติดต่อ

เลขที่-ซอย-ถนน: 200 บ้านเนินผาสุก กม.166+900 ทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร)   ตำบล: ดงขี้เหล็ก   อำเภอ: เมือง   จังหวัด: ปราจีนบุรี   รหัสไปรษณีย์: 25000
โทร.: 03-740-3185, 08-9782-9180
เว็บไซต์: http//www.thai.dhamma.org/
อีเมล: ........
เฟซบุค: ........
ทวิตเตอร์: ........

 

แผนที่-การเดินทาง

การเดินทาง

  1. โดยรถบัสที่ฝ่ายจัดการฝึกอบรมจัดให้ ออกจากวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน บริเวณหน้าพระเมรุ เวลา 13.00 น. ในวันที่มีการเริ่มปฏิบัติ
    (ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  โทร. 08-1710-3545 ในเวลาราชการ, ค่าใช้จ่าย 350 บาท)
  2. ด้วยรถตู้ จากอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ ให้นั่งรถตู้อนุสาวรีย์-กบินทร์บุรี ก. ที่จอดอยู่บริเวณใต้ทางด่วน (ถ้าไม่ใช่สาย ก. คนขับจะไม่มาส่งที่ศูนย์ฯ) โดยบอกให้คนขับมาส่งที่ศูนย์ฯ ค่าโดยสาร 100 บาท หรือจะขึ้นรถที่รังสิตก็ได้ โดยสำรองที่นั่งล่วงหน้ากับคนขับที่โทร.08-9931-8171
  3. โดยรถโดยสารปรับอากาศ  จากสถานีขนส่งสายเหนือ ท่านสามารถขึ้นรถโดยสารปรับอากาศที่มุ่งหน้าไปยังประจันตคาม หรือกบินทร์บุรี หรือสระแก้ว หรืออรัญประเทศ หรือตาพระยา ไปลงที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 7 (ขอนขว้าง) หลักกม.166+900 ทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร) แล้วเดินเข้าไปตามถนนที่อยู่ทางซ้ายมืออีก 500 เมตร ก็จะถึงศูนย์ "ธรรมกมลา"
  4. โดยรถยนต์ส่วนตัว จากรังสิตไปตามทางหลวงรังสิต-นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) ซึ่งจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร) ที่หน้าโรงพยาบาลจังหวัดนครนายก แล้วเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร) เช่นเดียวกับที่ได้อธิบายไปเมื่อข้างต้น

ติดต่อมูลนิธิ
มูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในพระสังฆราชูปถัมภ์
42/660 หมู่บ้านเค.ซี.การ์เด้นโฮม
ถ.นิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา
กรุงเทพมหานคร 10510
โทร. 02-993-2711 โทรสาร 02-993-2700 (เวลาราชการ)

แบบสอบถาม:
[รหัสสำนักปฏิบัติธรรม: 1114]